เช็กด่วน! อาการมือเท้าชาแบบไหนที่เป็นอันตราย

: 40

: 21-Jan-26


เช็กด่วน! อาการมือเท้าชาแบบไหนที่เป็นอันตรายและเสี่ยงโรคเรื้อรัง

มือเท้าชา สัญญาณเตือนภัยที่ร่างกายกำลังบอกคุณ

อาการ มือชาเท้าชา มักถูกมองว่าเป็นเพียงความรำคาญชั่วคราวจากการนั่งทับหรือนอนผิดท่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความรู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้ม ยิบๆ หรือความรู้สึกหนาๆ เหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลานั้น คือการประท้วงของระบบประสาทที่กำลังขาดเลือดไปเลี้ยง หรือถูกกดทับจนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่หาสาเหตุ อาจนำไปสู่การสูญเสียความรู้สึกถาวรหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

เท้าชาเกิดจากอะไร? เจาะลึกสาเหตุที่มากกว่าแค่การนั่งทับ

การที่เท้าหรือมือเกิดอาการชานั้น เกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวไปจนถึงโรคภายในที่ซับซ้อน ดังนี้:

1. การกดทับของเส้นประสาทจากพฤติกรรม

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการอยู่ในท่าทางเดิมนานเกินไป เช่น การนั่งไขว้ห้างที่กดทับเส้นประสาทบริเวณใต้เข่า การสวมรองเท้าที่บีบรัดหน้าเท้ามากเกินไป หรือการนั่งทำงานในท่าที่กดทับเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ข้อมือและข้อเท้า

2. ภาวะปลายประสาทอักเสบจากโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวานมักประสบปัญหาเท้าชา เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปจะเข้าไปทำลายผนังหลอดเลือดฝอยที่นำสารอาหารไปเลี้ยงเส้นประสาท เมื่อเส้นประสาทขาดอาหารและออกซิเจนจึงเริ่มเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เกิดอาการชาจากปลายเท้าลามขึ้นมาถึงน่อง

3. โรคกระดูกและข้อเสื่อม

ภาวะกระดูกทับเส้นประสาท โดยเฉพาะที่บริเวณหลังส่วนล่าง มักส่งผลให้เกิดอาการชาที่เท้าหรือขาเพียงข้างเดียวร่วมกับอาการปวดร้าว เนื่องจากรากประสาทที่ส่งสัญญาณไปยังขาถูกกระดูกหรือหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาเบียดทับไว้

4. การขาดสารอาหารและวิตามิน

เส้นประสาทต้องการวิตามินกลุ่มบีในการสร้างปลอกหุ้มประสาท (Myelin) หากร่างกายได้รับวิตามินไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหาร หรือมีภาวะดูดซึมผิดปกติ จะทำให้การส่งกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาทติดขัดและเกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า

มือเท้าชา กินอะไรดี? สารอาหารฟื้นฟูและซ่อมแซมเส้นประสาท

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินถือเป็นวิธีรักษาจากภายในที่ได้ผลดีเยี่ยม โดยเน้นกลุ่มสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมเส้นประสาทโดยตรง:

  • วิตามินบี 1 : ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานให้เซลล์ประสาท หากขาดจะทำให้เหน็บชาได้ง่าย พบมากในข้าวซ้อมมือ ถั่วเหลือง และงา
  • วิตามินบี 6 : มีบทบาทในการสร้างสารสื่อประสาท พบในเนื้อปลา กล้วย และเครื่องในสัตว์
  • วิตามินบี 12 : สำคัญที่สุดในการสร้างและคงสภาพปลอกหุ้มประสาท พบในไข่ นม และเนื้อสัตว์ หากผู้ที่ทานมังสวิรัติเป็นเวลานานมักจะขาดวิตามินตัวนี้และมีอาการชาได้ง่าย
  • กรดอัลฟ่าไลโปอิก : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการอักเสบของเส้นประสาทและช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น พบในผักโขมและบรอกโคลี
  • แร่ธาตุแมกนีเซียม: ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท พบในเมล็ดทานตะวัน อัลมอนด์ และผักใบเขียว

เท้าชา แก้ยังไง? วิธีบรรเทาอาการและกายภาพบำบัดด้วยตัวเอง

หากเริ่มมีอาการชา คุณสามารถใช้วิธีต่อไปนี้เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น:

1. การประคบอุ่นและแช่น้ำอุ่น

การแช่เท้าในน้ำอุ่น (อุณหภูมิประมาณ 37-40 องศาเซลเซียส) จะช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงปลายประสาทได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการชาและอาการตะคริวได้

2. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

สำหรับผู้ที่มีอาการเท้าชาจากการกดทับ ให้หมั่นหมุนข้อเท้า และยืดกล้ามเนื้อน่องบ่อยๆ ส่วนผู้ที่มีอาการมือชา ให้ทำการบริหารข้อมือด้วยการเหยียดแขนตึงและพับข้อมือขึ้น-ลง เพื่อลดความตึงเครียดของเส้นประสาทในโพรงข้อมือ

3. การเลือกใช้อุปกรณ์สนับสนุน

เปลี่ยนไปใช้รองเท้าที่รองรับสรีระเท้า มีพื้นที่ให้หัวแม่เท้าขยับได้ ไม่บีบรัด สำหรับผู้ที่มือชาจากการใช้คอมพิวเตอร์ ควรใช้แผ่นรองเมาส์ที่มีที่พักข้อมือเพื่อลดมุมการกดทับ

วิธีรักษามือชาเท้าชา ตามขั้นตอนการแพทย์สมัยใหม่

เมื่อการดูแลตัวเองเบื้องต้นยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษาตามความเหมาะสมดังนี้:

  • การรักษาด้วยยา: แพทย์อาจสั่งจ่ายวิตามินบีรวมขนาดสูง หรือยาในกลุ่มที่ช่วยปรับการทำงานของกระแสประสาทเพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อนและอาการชา
  • การใช้เลเซอร์เย็น เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ประสาทและลดการอักเสบในระดับเนื้อเยื่อ
  • การนวดบำบัดทางด่วน: การนวดเพื่อเปิดทางไหลเวียนเลือดและโกยเส้นประสาทที่ถูกกล้ามเนื้อหนีบไว้ให้คลายตัวออก
  • การผ่าตัด: ในกรณีที่สาเหตุเกิดจากพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมืออย่างรุนแรง หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้

แนวทางการป้องกันไม่ให้อาการชากลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันคือ วิธีรักษามือชาเท้าชา ที่ยั่งยืนที่สุด โดยควรปฏิบัติดังนี้:

  1. คุมระดับน้ำตาลในเลือด: สำหรับใครที่มีความเสี่ยงเบาหวาน การคุมระดับน้ำตาลคือกุญแจสำคัญที่สุด
  2. งดการสูบบุหรี่: บุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบตัน ส่งผลให้อาการชารุนแรงขึ้นเพราะเลือดไปเลี้ยงปลายประสาทไม่ได้
  3. ตรวจสุขภาพประจำปี: เพื่อเช็กระดับวิตามินและการทำงานของไตและตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพเส้นประสาท
  4. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ: ไม่นั่งหรือยืนในท่าเดิมนานเกิน 1 ชั่วโมง ควรลุกขึ้นเดินเพื่อกระจายแรงกดทับ

อาการมือเท้าชาไม่ใช่เรื่องปกติของร่างกาย แต่เป็นเสียงเตือนให้เราหันมาดูแลตัวเอง หากคุณเริ่มสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ อย่ารอจนถึงขั้นกล้ามเนื้อลีบหรือเดินไม่ได้ การเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ด้วยอาหารและวิธีที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง 

สำหรับคนที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ยาน้ำเทียนเซียน คือ ยาตามองค์ความรู้ของแพทย์แผนจีนที่ประกอบไปด้วยสมุนไพร 14 ชนิด มีสรรพคุณในการขับร้อนถอนพิษ บำรุงร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในผู้ป่วยโรคมะเร็งและผู้ที่ต้องการดูแลตัวเอง โดยยาน้ำเทียนเซียนได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากสถาบันวิจัยยาฉางไป๋ซาน ใช้เทคโนโลยีการผลิตมาตรฐาน GMP และถูกรับรองโดย US FDA ให้เป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยยาน้ำจากสมุนไพรจีนธรรมชาติ สามารถสั่งซื้อได้เลยที่ LINE : @tianxian

 


ปรึกษาผลิตภัณฑ์ ยาเทียนเซียน
และการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

กรุณากรอกแบบฟอร์ม เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

โลโก้เทียนเซียน

213/5 อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 6 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

โทร 02-264-2217 02-264-2218 02-264-2219

Copyright © 2020 บริษัท เฟยดา จำกัด. All rights reserved.

"ปรึกษาผลิตภัณฑ์ยาน้ำเทียนเซียน