การรับมือและดูแลลูกน้อยด้วยความเข้าใจและการรักษา

: 14

: 04-Feb-26


การรับมือและดูแลลูกน้อยด้วยความเข้าใจและการรักษา

โรคมะเร็งในเด็ก: ภัยเงียบที่พ่อแม่ต้องรู้

เมื่อพูดถึง "โรคมะเร็ง" หลายคนมักนึกถึงโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสะสมมาเป็นเวลานาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคมะเร็งในเด็ก เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของเด็กทั่วโลก แม้ว่าอุบัติการณ์จะน้อยกว่าในผู้ใหญ่ แต่ความรุนแรงและการดำเนินของโรคมักจะรวดเร็วกว่า

การทำความเข้าใจว่า เด็กเป็นมะเร็ง ได้อย่างไร และ มะเร็งเป็นได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองควรทราบ เพื่อที่จะได้สังเกตอาการผิดปกติและส่งต่อลูกหลานเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการหายขาดและลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

มะเร็งเป็นได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ มะเร็งเป็นได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? คำตอบที่น่าตกใจแต่เป็นความจริงคือ มะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา หรือแรกเกิด

ในทางการแพทย์ มะเร็งในเด็กครอบคลุมตั้งแต่อายุ 0-18 ปี โดยกลุ่มช่วงอายุที่พบบ่อยสามารถแบ่งได้ดังนี้:

  • ทารกแรกเกิด : มะเร็งบางชนิดสามารถตรวจพบได้ทันทีหลังคลอด เช่น มะเร็งนัยน์ตา หรือเนื้องอกบางชนิด
  • ช่วงอายุ 0-5 ปี: เป็นช่วงที่มีอุบัติการณ์ของมะเร็งในเด็กสูงที่สุด เนื่องจากเซลล์ในร่างกายมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว มักพบมะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งทางระบบประสาท
  • ช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น: มักพบมะเร็งกระดูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งสมอง

การที่มะเร็งสามารถเกิดได้ในเด็กอายุน้อยมาก สะท้อนให้เห็นว่าสาเหตุของมะเร็งในเด็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือความบกพร่องระหว่างการพัฒนาของตัวอ่อนในครรภ์ มากกว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ประเภทของโรคมะเร็งที่พบบ่อยในเด็ก

เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ของ เด็กเป็นมะเร็ง ได้ดียิ่งขึ้น เราสามารถจำแนกประเภทของมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยเด็กได้ดังนี้:

1. มะเร็งเม็ดเลือดขาว

เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเด็ก (ประมาณ 30% ของมะเร็งในเด็กทั้งหมด) เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูกที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติออกมาจำนวนมาก จนไปเบียดบังการสร้างเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด

  • อาการ: ซีด อ่อนเพลีย มีจ้ำเลือดตามตัว มีไข้เรื้อรัง ปวดกระดูก

2. มะเร็งสมองและระบบประสาทส่วนกลาง

พบมากเป็นอันดับสอง มักเกิดจากเนื้องอกที่เจริญเติบโตในสมองส่วนต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการควบคุมร่างกายและการรับรู้

  • อาการ: ปวดศีรษะตอนเช้า อาเจียนพุ่ง เดินเซ การมองเห็นผิดปกติ หรือมีพัฒนาการที่ถดถอย

3. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เกิดในระบบน้ำเหลืองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิคุ้มกันร่างกาย พบได้บ่อยในเด็กโตและวัยรุ่น

  • อาการ: มีก้อนโตตามคอ รักแร้ หรือขาหนีบ (มักไม่เจ็บ) มีไข้ น้ำหนักลด เหงื่อออกตอนกลางคืน

4. มะเร็งต่อมหมวกไต

เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ประสาท มักพบบริเวณช่องท้องหรือต่อมหมวกไต พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

  • อาการ: มีก้อนในท้อง ท้องอืด ปวดกระดูก หรือลูกตาปูดโปน

5. มะเร็งนัยน์ตา

เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในจอประสาทตา สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ และมักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี

  • อาการ: ตาวาวเหมือนตาแมวเมื่อสะท้อนแสง ตาเหล่ หรือการมองเห็นผิดปกติ

สัญญาณเตือน: เมื่อไหร่ที่ควรสงสัยว่า "เด็กเป็นมะเร็ง"

เนื่องจากเด็กเล็กมักจะไม่สามารถบอกความผิดปกติของตนเองได้ชัดเจน การสังเกตของผู้ปกครองจึงเป็นกุญแจสำคัญ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์:

  1. ก้อนผิดปกติ: พบก้อนตามร่างกาย เช่น ที่ท้อง คอ แขน หรือขา แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวด
  2. อาการซีดหรือเลือดออกง่าย: ผิวพรรณดูซีดเซียว มีจุดเลือดออกหรือรอยเขียวช้ำตามตัวโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน มีเลือดกำเดาไหลบ่อย
  3. ไข้เรื้อรัง: มีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูงที่เป็นนานเกิน 1-2 สัปดาห์โดยหาสาเหตุไม่พบ
  4. อาการทางระบบประสาท: เดินเซ แขนขาอ่อนแรง ปวดศีรษะรุนแรงโดยเฉพาะเวลาตื่นนอน
  5. อาการทางสายตา: รูม่านตามีสีขาววาวผิดปกติ หรือตาเขที่เกิดขึ้นใหม่

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งในเด็ก

การรักษา โรคมะเร็งในเด็ก มีความก้าวหน้าอย่างมากในปัจจุบัน ส่งผลให้อัตราการรอดชีวิตสูงกว่าในอดีตมาก (เด็กมากกว่า 80% สามารถรักษาให้หายขาดได้) โดยวิธีหลักประกอบด้วย:

  • การใช้เคมีบำบัด

เป็นวิธีหลักในการรักษา เนื่องจากเซลล์มะเร็งในเด็กมักจะตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ยาจะเข้าไปทำลายเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็ว

  • การผ่าตัด

ใช้สำหรับกรณีที่เป็นก้อนเนื้องอกที่ชัดเจน เพื่อนำก้อนเนื้อออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่กระทบต่ออวัยวะสำคัญ

  • การฉายรังสี

ใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง มักใช้ควบคู่กับการรักษาอื่นๆ แต่แพทย์จะระมัดระวังอย่างมากในเด็กเล็กเพื่อลดผลกระทบต่อการเจริญเติบโต

  • การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด

ใช้ในกรณีที่มะเร็งมีความเสี่ยงสูงหรือกลับมาเป็นซ้ำ เพื่อเปลี่ยนถ่ายระบบไขกระดูกใหม่ให้แก่ผู้ป่วย

การดูแลโภชนาการและจิตใจ: หัวใจสำคัญของการฟื้นฟู

เมื่อ เด็กเป็นมะเร็ง ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายที่เจ็บป่วย แต่สภาพจิตใจและพัฒนาการก็ได้รับผลกระทบด้วย การดูแลจึงต้องครอบคลุมทุกมิติ:

  • โภชนาการที่เหมาะสม: เด็กที่รักษาด้วยเคมีบำบัดมักมีอาการเบื่ออาหารหรือคลื่นไส้ การได้รับสารอาหารครบถ้วนจะช่วยให้ร่างกายทนต่อการรักษาได้ดีขึ้น
  • การสนับสนุนด้านจิตใจ: เด็กควรได้รับข้อมูลที่เหมาะสมกับวัย และยังคงควรได้ทำกิจกรรมที่สร้างความสุข เช่น การเล่น เพื่อลดความเครียดจากการอยู่โรงพยาบาล
  • บทบาทของครอบครัว: พ่อแม่คือที่ยึดเหนี่ยวที่สำคัญที่สุด การทำความเข้าใจโรคและร่วมมือกับทีมแพทย์จะช่วยให้การรักษาราบรื่น

โรคมะเร็งในเด็ก แม้จะเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับทุกครอบครัว แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน "มะเร็งไม่ใช่จุดจบ" การทราบว่า มะเร็งเป็นได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ และการเฝ้าสังเกตสัญญาณเตือนอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เด็กได้รับโอกาสในการรักษาที่รวดเร็ว

เป้าหมายสูงสุดของการดูแล เด็กเป็นมะเร็ง ไม่ใช่เพียงแค่การกำจัดเซลล์ร้ายให้หมดไป แต่คือการช่วยให้พวกเขาสามารถเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีร่างกายที่แข็งแรง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ยาน้ำเทียนเซียน คือ ยาตามองค์ความรู้ของแพทย์แผนจีนที่ประกอบไปด้วยสมุนไพร 14 ชนิด มีสรรพคุณในการขับร้อนถอนพิษ บำรุงร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในผู้ป่วยโรคมะเร็งและผู้ที่ต้องการดูแลตัวเอง โดยยาน้ำเทียนเซียนได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากสถาบันวิจัยยาฉางไป๋ซาน ใช้เทคโนโลยีการผลิตมาตรฐาน GMP และถูกรับรองโดย US FDA ให้เป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยยาน้ำจากสมุนไพรจีนธรรมชาติ สามารถสั่งซื้อได้เลยที่ LINE : @tianxian

 


ปรึกษาผลิตภัณฑ์ ยาเทียนเซียน
และการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

กรุณากรอกแบบฟอร์ม เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

โลโก้เทียนเซียน

213/5 อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 6 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

โทร 02-264-2217 02-264-2218 02-264-2219

Copyright © 2020 บริษัท เฟยดา จำกัด. All rights reserved.

"ปรึกษาผลิตภัณฑ์ยาน้ำเทียนเซียน